- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
5 โรคร้าย
ที่เกิดจากการใช้ “คอมพิวเตอร์”
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
เพื่อนๆ
เคยถามตัวเองบ้างมั้ยเอ่ยว่าในหนึ่งวันเนี่ย เพื่อนๆ
ใช้เวลาหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลาทั้งหมดกี่ชั่วโมง ?? บางคนเริ่มใช้คอมพิวเตอร์ตั้งแต่กลับมาจากโรงเรียน ประมาณ 5 โมง
ลากยาวไปจนถึงเที่ยงคืน นับๆ ดูแล้ว เพื่อนๆ
บางคนต้องใช้เวลาหน้าจอคอมพิวเตอร์ถึง 7-8 ชั่วโมงต่อวันเลยทีเดียว แล้วเพื่อนๆ
เคยสังเกตตัวเองมั้ยคะว่าเวลาที่เรานั่งใช้คอมพิวเตอร์ไปนานๆ เนี่ย
เรามักจะมีอาการปวดไหล่ ปวดคอ และปวดหลัง รวมถึงอาการปวดหัวและปวดตาด้วย!
นั่นคือผลของการใช้คอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานานเกินไปนั่นเอง
งั้นเรามาทำความรู้จักกับโรคที่จะเกิดขึ้นจากการใช้งานคอมพิวเตอร์และมาหาแนวทางป้องกันไปพร้อมๆ
กันดีกว่า
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
โรคการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ (Carpel
Tunnel Syndrome)
อาการของโรคนี้คือปวดร้าวบริเวณข้อมือ
ฝ่ามือ และนิ้วมือ บางคนอาจมีอาการชา กำมือแน่นๆ ไม่ได้
หยิบจับของแล้วทำร่วงหล่นตลอด
สาเหตุของโรคนี้เกิดจากท่าทางการวางมือขณะที่เราจับเมาส์และแป้นคีย์บอร์ดค่ะ
ด้วยความเคยชินทำให้เพื่อนๆ หลายคนวางมือในท่า “กระดกข้อมือ” ค้างไว้เวลาใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน
ทำให้เกิดอาการข้อมืออักเสบขึ้นได้
แต่ถ้าอาการต่างๆ
ยังไม่ทุเลาลง ขอแนะนำว่าควรไปปรึกษาคุณหมอ
เพราะบางคนอาจต้องรักษาด้วยวิธีการกายภาพบำบัดหรือผ่าตัด
ทางที่ดีคือควรรีบสังเกตอาการของตัวเอง และไม่ควรนิ่งนอนใจ
รีบไปพบคุณหมอจะดีกว่าน้า
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
อาการปวดหลัง (Back
Pain)
อาการปวดหลังมักเกิดจากการนั่งผิดท่าเป็นเวลานาน
รวมถึงท่านั่งที่ไม่สบายเวลาใช้คอมพิวเตอร์ด้วย เพื่อนๆ
หลายคนชอบนั่งไขว่ห้างเวลาใช้คอมพิวเตอร์ สาวๆ รู้รึเปล่าเอ่ยว่าท่านั่งไขว่ห้างเนี่ยทำให้ปวดหลังสุดๆ
ถ้าไม่อยากปวดหลัง เราต้องเริ่มกันที่ท่านั่งที่ถูกต้องในการใช้คอมพิวเตอร์
ท่านั่งในการใช้คอมพิวเตอร์ที่ถูกต้อง
* เท้าทั้งสองข้างต้องวางแนบสนิทบนพื้น
* ไหล่ต้องปล่อยสบาย
ไม่ยกไหล่หรือห่อไหล่ขณะใช้คอมพิวเตอร์
*
เวลาใช้คอมพิวเตอร์ต้องไม่ก้มหน้ามากเกินไป ควรอยู่ในระยะ 50-70 องศา
* ควรลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสายทุกๆ 1
ชั่วโมง เพื่อเป็นการเปลี่ยนอิริยาบถและเป็นการพักสายตา
* หลังต้องแนบชิดกับพนักพิงเก้าอี้
และนั่งให้เต็มก้น ไม่ควรนั่งแค่ครึ่งเดียวหรือหมิ่นเหม่
*
ปรับระดับความสูงของเก้าอี้ให้พอดีกับระดับโต๊ะคอมพิวเตอร์
ไม่ให้สูงเกินไปหรือเตี้ยเกินไป
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
โรคเกี่ยวกับสายตา (Computer
Vision Syndrome)
เวลาที่เราต้องจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ
มีใครมีอาการตาพร่าหรือปวดตาบ้างมั้ย?? ใครมีอาการปวดตาเวลาที่ใช้คอมพิวเตอร์นานเกินไป
บางคนอาจมีอาการน้ำตาไหล ปวดศีรษะ และตาแดงร่วมด้วย
นั่นแสดงให้เห็นว่าเราใช้คอมพิวเตอร์นานเกินไป! จริงๆ แล้ว เราควรพักสายอย่างน้อยทุกๆ
หนึ่งชั่วโมงด้วยการนั่งหลับตาซักพัก (แต่อย่าแอบหลับนะ ^^’’) หรือลุกไปเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาซักสิบนาทีแล้วค่อยกลับมาทำงานต่อ
แต่เหนือสิ่งอื่นใด
การจัดท่านั่งและระยะการมองหน้าจอคอมพิวเตอร์คือสิ่งที่สำคัญที่สุดค่ะ
ใช้คอมพิวเตอร์อย่างไรไม่ให้ปวดตา ??
1. ปรับแสงหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้พอดี
ไม่จ้าเกินไป
2. ควรนั่งใช้คอมในที่ที่มีแสงสว่างมากพอ
บางคนชอบปิดไฟในห้องนอน แล้วเล่นคอมพิวเตอร์
ในห้องมืดๆ ทำแบบนี้เสียสายตามากๆ เลย T^T
3. กระพริบตาบ่อยๆ
เพื่อให้มีน้ำมาหล่อเลี้ยงลูกตา ทำให้ไม่เคืองตา
4. อย่าลืมเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ
เมื่อรู้สึกเคืองตา ปวดตา หรือแสบตา ให้พักสายตาทันที อย่า
ฝืนทำงานต่อ
5. ตาที่มองหน้าจอคอมพิวเตอร์ต้องห่างจากหน้าจอประมาณ
45-70 เซนติเมตร
6. ปรับขนาดตัวหนังสือบนหน้าจอให้เหมาะสม
ไม่เล็กเกินไป เพราะจะทำให้เราต้องเพ่งตามอง
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
อาการปวดหัว (Headache
Problems)
อาการปวดหัวมักเกิดขึ้นบ่อยๆ
กับคนที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ สาเหตุหลักๆ มักเกิดจากความเครียด
การมองหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน แสงหน้าจอคอมพิวเตอร์สว่างมากเกินไป
รวมถึงการพักผ่อนไม่เพียงพอ
ล้วนแต่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวขึ้นได้ทั้งสิ้น
ถ้าเราจำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ
เราต้องมีวิธีดูแลตัวเองเพื่อป้องกันอาการปวดหัว
* อาการปวดหัวส่วนมากมักเกิดจากปัญหาอาการปวดตาเวลาใช้คอมพิวเตอร์ค่ะ
เพราะฉะนั้นเราต้องเริ่มจากการดูแลดวงตาของเราก่อน
อย่าลืมปรับแสงหน้าจอให้สว่างพอเหมาะ อย่าเพ่ง/จ้องหน้าจอนานเกินไป
ปรับตัวหนังสือให้มีขนาดพอดี พักสายตาบ้างเมื่อดวงตาอ่อนล้า
* อย่าอดนอน บางคนต้องทำการบ้านตอนกลางคืน
กว่าจะรู้ตัวเวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่เสียแล้ว แบ่งเวลาดีๆ ถ้าได้การบ้านมา
ต้องรีบทำ อย่าหมักดองไว้ มิเช่นนั้นต้องมาโหมทำทีเดียวจนไม่มีเวลาได้พักผ่อนน้า
การพักผ่อนไม่เพียงพอก็ทำให้ปวดหัวได้เช่นกัน
*
บางคนเล่นคอมพิวเตอร์จนเพลินไม่ยอมกินข้าวกินปลา การที่สาวๆ
นั่งเพลินไม่ยอมลุกไปเข้าห้องน้ำ ไม่ยอมดื่มน้ำเนี่ย เป็นการทำร้ายร่างกายสุดๆ
เลยค่ะ ดีไม่ดีจะเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบแถมมาด้วยนะ
*
ความเครียดก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวเหมือนกันค่ะ
ยิ่งช่วงใกล้สอบทำให้ต้องรีบเคลียร์งานและการบ้านที่ได้รับมอบหมายมาทั้งเทอมแข่งกับเวลา
อาจทำให้สาวๆ เกิดความเครียด รวมถึงสภาวะที่กดดันต่างๆ
บวกกับการต้องใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ก็ทำให้สาวๆ ปวดหัวได้เช่นกัน
เพราะฉะนั้นอย่าลืมแบ่งเวลาดีๆ ค่อยๆ เคลียร์การบ้าน อย่าโหมทำคืนเดียว
ไม่งั้นล่ะก็..ร่างกายจะรับไม่ไหวน้า
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
โรคนอนไม่หลับ (Insomnia)
นอกจากปัญหาของความเครียดและอาการปวดหัวแล้ว
ปัญหาการนอนไม่หลับจากการใช้คอมพิวเตอร์ก็เป็นอีกหนึ่งโรคที่หลายคนเป็นอยู่แต่อาจจะไม่รู้ตัว
มีการวิจัยแล้วพบว่าความสว่างของหน้าจอมีผลต่อการนอนไม่หลับด้วย จริงๆ
แล้วไม่ใช่แค่การใช้คอมพิวเตอร์ แต่รวมถึงการใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตต่างๆ ด้วย
เมลาโทนิน
(Melatonin)
คือฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมการนอนหลับและเวลาตื่นของมนุษย์
จากการศึกษาของนักวิจัยพบว่าการที่เราสัมผัสกับแสงของหน้าจอคอมพิวเตอร์/โทรศัพท์ต่างๆ
ทำให้จำนวนของเมลาโทนินลดลง
นอกจากนี้การใช้คอมพิวเตอร์ในช่วงกลางคืนยังทำให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัว
และยังทำให้นาฬิกาชีวิตเปลี่ยนแปลงด้วยค่ะ
นี่คือสาเหตุที่ทำให้เรานอนไม่หลับนั่นเอง
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ขอขอบคุณข้อมูลดีจาก :
www.dek-d.com






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น